รีวิวหนัง 5th Wave หนังเอเลี่ยนล้างโลก ที่แสนจะราบเรียบ

          รีวิวหนัง 5th Wave เพราะหลายคนอาจจะยังลังเลว่าหนังจะออกมาดี ดูเหมือนหนังหรือเปล่าตกลง วันนี้ฉันไปเที่ยวแล้ว และฉันอยากจะพูดด้วยความเคารพว่า “ฉันเผลอหลับไปสามหรือสี่ฉาก”หนังเล่าเรื่องของตัวละครหลัก แคสซี่ เด็กสาววัยรุ่น รับบทโดย นักแสดงสาวหน้าคุ้นๆ ตั้งแต่ยังเด็ก อย่างผม โคลอี้ เกรซ โมเรซ (สารภาพว่าไปดูมาเพราะนางเอก 555)

          ในตอนเริ่มต้น หนังพยายามตัดเรื่องราวให้เราอย่างรวดเร็ว โดยพาเราไปที่ต้นเรื่อง ว่าเรือต่างด้าวลอยอยู่เหนือพื้นโลก 25 ไมล์อย่างเงียบ ๆ และผู้คนก็หวาดกลัวและหวาดกลัวกับสิ่งที่มันทำ ครอบครัวเพื่อนบ้านของแคสซี่ต้องอพยพย้ายถิ่นฐาน ส่งผลให้ต้องแยกตัวจากภาพยนตร์เรื่อง Invasion of the World ควบคุบโลก มีคลื่นโจมตีจากมนุษย์ต่างดาว ซึ่งในหนังเรียกว่าคลื่นลูกแรกจู่โจม คลื่น 2, 3, 4 และ 5 ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเรื่องชายที่รอดตายได้รวมตัวกันเพื่อสร้างอาณานิคมเล็กๆ และที่นั่น Kessie ถูกแยกออกจาก Sam น้องชายของเธอ

          จากนั้นการค้นหาและช่วยเหลือน้องชายของเด็กหญิงตัวน้อยก็เริ่มขึ้น บทนี้ดูเหมือนจะพยายามบังคับให้เราซาบซึ้งในสายสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องและพยายามสืบหาพร้อมกับตัวเอกที่ถูกฝ่ายเอเลี่ยนหลอก โครงเรื่องในภาพยนตร์เรื่องนี้แบ่งออกเป็น 3 บรรทัด

          นิทานสามเรื่อง บอกความจริงด้วยความจริงใจว่า ไม่มีข้อยกเว้นที่ทำให้รู้สึกอยู่ในนั้น หรือตื่นเต้นเลยแม้แต่บรรทัดเดียว ไม่ว่า Chloe จะพยายามใช้อารมณ์และนำเรื่องมากแค่ไหน แต่คุณรักการบังคับมันมากแค่ไหน มันก็ไม่รอด เพราะความอ่อนแอของบทเป็นมากกว่านักแสดงนำคนเดียวที่รับมือได้ และพระเอกที่ดูเหมือนมีสองคน มันยังไม่ทำให้รู้สึกจริง รู้สึกจริงเลยแม้แต่น้อย

          ตัวละครยังขาดเงื่อนงำที่จะดึงดูดให้เรามีอารมณ์ควบคู่ไปกับความรู้สึกของตัวละคร โดยเฉพาะ Ben Parish ตัวละครหลักอีกตัวในเนื้อเรื่องภาคที่ 2 ที่ยังไม่มีเสน่ห์พอให้เราอยากติดตาม สิ่งที่เขาพยายามจะสื่อ ความเกลียดชัง ความเกลียดชัง ความโกรธ ไม่อาจรู้สึกได้ ไม่ว่าเขาจะพยายามแย่งชิงกันมากแค่ไหนก็ตาม